📞 💬 📍

บล็อกสกรีน

บล็อกสกรีน คืออะไร? วิธีเลือกกรอบ Mesh และประเภทบล็อกให้เหมาะกับงาน

บล็อกสกีน01

บล็อกสกรีน (Screen Printing Frame) คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นแม่พิมพ์สำหรับงานพิมพ์สกรีน ใช้ควบคุมตำแหน่งที่หมึกจะผ่านลงบนชิ้นงาน เช่น เสื้อยืด ถุงผ้า กระดาษ พลาสติก แก้ว หรือวัสดุอื่น ๆ

หลักการทำงานคือ นำผ้าสกรีนที่ขึงตึงบนกรอบมาสร้างลวดลายด้วยอิมัลชันหรือน้ำยาไวแสง จากนั้นนำไปฉายแสงและล้างส่วนที่ต้องการให้หมึกผ่านออก เมื่อพร้อมใช้งานจึงนำหมึกมาปาดผ่านบล็อก หมึกจะไหลผ่านบริเวณลายและถ่ายลงบนชิ้นงาน

ดังนั้น การเลือกบล็อกสกรีนไม่ได้ดูเพียงขนาดของกรอบ แต่ต้องพิจารณา Mesh Count ประเภทหมึก วัสดุที่ต้องการพิมพ์ และรายละเอียดของลายร่วมกัน เพื่อให้ได้งานที่คมชัดและสม่ำเสมอ


📑 สารบัญ


🧱 ส่วนประกอบของบล็อกสกรีน

บล็อกสกรีนประกอบด้วยกรอบและผ้าสกรีนเป็นหลัก โดยทั้งสองส่วนต้องมีความแข็งแรงและความตึงที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถถ่ายหมึกได้อย่างสม่ำเสมอ

🖼️ 1. กรอบบล็อก

กรอบบล็อกทำหน้าที่ยึดผ้าสกรีนให้คงรูปและมีความตึง โดยวัสดุที่พบได้บ่อยคือ ไม้และอลูมิเนียม

กรอบไม้เหมาะกับงานที่ต้องการประหยัดต้นทุน มีน้ำหนักเบา และเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรืองานที่ไม่ได้ใช้งานหนักต่อเนื่อง

กรอบอลูมิเนียมมีความแข็งแรงและคงรูปได้ดี จึงเหมาะกับงานที่ต้องการความแม่นยำหรือใช้บล็อกเป็นประจำ โดยเฉพาะร้านสกรีนที่มีการผลิตจำนวนมาก

🧵 2. ผ้าสกรีน

ผ้าสกรีนเป็นส่วนที่หมึกต้องไหลผ่าน โดยทั่วไปผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ เช่น Polyester หรือ Nylon

ความละเอียดของผ้าจะเกี่ยวข้องกับค่า Mesh Count ซึ่งส่งผลต่อปริมาณหมึกและความสามารถในการเก็บรายละเอียดของลาย


🖼️ ประเภทกรอบบล็อกสกรีน

บล็อกสกรีน 02

การเลือกวัสดุของกรอบมีผลต่อความแข็งแรง อายุการใช้งาน และความสม่ำเสมอของการสกรีน

🌳 บล็อกไม้

บล็อกไม้เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับผู้เริ่มต้นและงานที่ต้องการควบคุมต้นทุน

ข้อดีคือมีน้ำหนักเบา ราคาค่อนข้างประหยัด และสามารถซ่อมแซมหรือเปลี่ยนผ้าได้สะดวก

ข้อจำกัดคือไม้มีโอกาสได้รับผลกระทบจากความชื้น หากโดนน้ำเป็นเวลานานหรือใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง อาจเกิดการบวม โก่ง หรือส่งผลต่อความตึงของผ้าได้

🔩 บล็อกอลูมิเนียม

บล็อกอลูมิเนียมเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรง คงรูป และใช้งานซ้ำอย่างต่อเนื่อง

อลูมิเนียมไม่ดูดซึมน้ำเหมือนไม้ จึงเหมาะกับกระบวนการล้างและทำความสะอาดบล็อก อีกทั้งยังช่วยรักษารูปทรงของกรอบได้ดี

สำหรับงานผลิตจำนวนมากหรือการสกรีนที่ต้องการความแม่นยำ กรอบอลูมิเนียมจึงมักเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า


📏 ขนาดบล็อกสกรีน

ขนาดบล็อกควรใหญ่กว่าพื้นที่ลายสกรีนจริง เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับเทหมึกและปาดหมึกได้สะดวก

ตัวอย่างขนาดที่นิยมใช้ ได้แก่

ขนาดขนาดโดยประมาณงานที่เหมาะสม
A514.8 × 21 ซม.โลโก้เล็ก ป้ายชื่อ งานชิ้นเล็ก
A421 × 29.7 ซม.ลายหน้าอกเสื้อ ลายขนาดเล็ก-กลาง
A329.7 × 42 ซม.ลายกลางหน้าอกหรือกลางหลัง
A242 × 59.4 ซม.ลายขนาดใหญ่ งานผืน และโปสเตอร์

ไม่ควรเลือกบล็อกให้พอดีกับลายจนเกินไป เพราะพื้นที่รอบลายมีความสำคัญต่อการทำงานจริง

หากลายอยู่ชิดขอบบล็อกมากเกินไป อาจทำให้การเทหมึก การปาดหมึก หรือการควบคุมแรงปาดทำได้ยาก


🧵 Mesh Count คืออะไร

บล็อกสกรีน 03

Mesh Count คือค่าความถี่ของเส้นด้ายในผ้าสกรีน ซึ่งมีผลต่อปริมาณหมึกที่ผ่านผ้าและรายละเอียดของลายที่สามารถถ่ายทอดได้

หลักการทั่วไปคือ Mesh ต่ำจะมีช่องเปิดกว้างกว่าและปล่อยหมึกได้มากกว่า ส่วน Mesh สูงจะมีผ้าละเอียดกว่าและช่วยควบคุมรายละเอียดได้มากขึ้น

🧵 Mesh ประมาณ 100–120

เหมาะกับงานที่ต้องการให้หมึกลงค่อนข้างหนา เช่น งานสกรีนเสื้อหรือถุงผ้าที่มีลายไม่ซับซ้อนมาก

🧵 Mesh ประมาณ 135–150

เป็นช่วงที่เหมาะกับงานสกรีนทั่วไปหลายประเภท สามารถให้สมดุลระหว่างปริมาณหมึกกับรายละเอียดของภาพ

🔍 Mesh ประมาณ 180 ขึ้นไป

เหมาะกับงานที่ต้องการรายละเอียดสูง หรือการควบคุมปริมาณหมึก เช่น ลายละเอียดและงาน Halftone

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข Mesh ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว เพราะชนิดหมึก วัสดุ และเทคนิคการปาดหมึกก็มีผลต่อผลลัพธ์เช่นกัน


💧 บล็อกสกรีนแบบน้ำ

บล็อกสกรีน 04

บล็อกสกรีนแบบน้ำ คือบล็อกที่ใช้ในระบบงานสกรีนที่ใช้หมึก Water-based โดยพบได้บ่อยในงานสิ่งทอ เช่น เสื้อยืดและถุงผ้า

หมึกระบบน้ำมีลักษณะเฉพาะในการทำงาน จึงต้องเลือกอิมัลชันและวัสดุที่สามารถใช้งานร่วมกับหมึกได้

ข้อดีของระบบน้ำคือสามารถให้ผิวสัมผัสของงานบนผ้าเป็นธรรมชาติเมื่อใช้ร่วมกับกระบวนการที่เหมาะสม จึงเป็นระบบที่พบได้ในงานสกรีนเสื้อและสิ่งทอ

💧 สิ่งที่ต้องระวังในการทำบล็อกระบบน้ำ

ควรเลือกอิมัลชันที่เหมาะกับหมึกระบบน้ำ เพราะหากเลือกวัสดุไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหาบล็อกเสื่อมระหว่างการผลิตหรือการล้างทำความสะอาด

ดังนั้นก่อนทำบล็อกควรแจ้งผู้ผลิตให้ทราบว่า ต้องการใช้หมึกระบบน้ำ เพื่อให้สามารถเลือกวัสดุและกระบวนการได้เหมาะสม


🛢️ บล็อกสกรีนแบบน้ำมัน

บล็อกสกรีน 05

บล็อกสกรีนแบบน้ำมัน คือบล็อกที่ใช้กับระบบหมึกที่มีตัวทำละลายหรือ Solvent-based Ink ซึ่งพบได้ในงานพิมพ์บนวัสดุหลายชนิด เช่น พลาสติก โลหะ และวัสดุที่ไม่ใช่สิ่งทอบางประเภท

หัวใจสำคัญของระบบนี้คือการเลือก อิมัลชันและวัสดุที่สามารถทนต่อหมึกและสารเคมีที่เกี่ยวข้อง

คำว่า “บล็อกน้ำมัน” ไม่ได้หมายความว่ากรอบต้องทำจากวัสดุชนิดพิเศษ แต่หมายถึงระบบการทำบล็อกต้องเหมาะสมกับประเภทหมึกที่นำมาใช้งาน

หากเป็นหมึกที่มีตัวทำละลาย ควรแจ้งชนิดหมึกแก่ผู้ทำบล็อกก่อนผลิต เพื่อให้เลือกอิมัลชันและขั้นตอนที่เหมาะสม


⚖️ เปรียบเทียบบล็อกสกรีนแบบน้ำกับแบบน้ำมัน

หัวข้อ💧 ระบบน้ำ🛢️ ระบบน้ำมัน/ตัวทำละลาย
หมึกWater-basedSolvent-based
งานที่พบได้บ่อยเสื้อ ผ้า ถุงผ้าพลาสติก โลหะ และวัสดุต่าง ๆ
สิ่งสำคัญMesh และอิมัลชันMesh อิมัลชัน และความทนสารเคมี
การเลือกบล็อกต้องเหมาะกับระบบน้ำต้องเหมาะกับตัวทำละลาย
การดูแลต้องล้างและดูแลให้เหมาะสมต้องคำนึงถึงสารเคมีที่ใช้ทำความสะอาด

สรุปง่าย ๆ คือ ไม่ควรเลือกบล็อกเพียงเพราะเรียกว่า “บล็อกน้ำ” หรือ “บล็อกน้ำมัน” แต่ควรเลือกจากชนิดหมึก วัสดุที่จะพิมพ์ Mesh และรายละเอียดของงานร่วมกัน


🎯 วิธีเลือกบล็อกสกรีนให้เหมาะกับงาน

บล็อกสกรีน 06

ก่อนสั่งทำบล็อก ควรพิจารณาองค์ประกอบต่อไปนี้

👕 1. วัสดุที่จะพิมพ์

เสื้อ ถุงผ้า กระดาษ พลาสติก โลหะ และแก้ว อาจต้องใช้หมึกและวิธีเตรียมบล็อกแตกต่างกัน

🖌️ 2. ประเภทหมึก

ควรแจ้งประเภทหมึกให้ชัดเจน เช่น Water-based, Plastisol หรือ Solvent-based เพื่อเลือกอิมัลชันให้เหมาะสม

🔍 3. รายละเอียดของลาย

ลายตัวอักษรขนาดใหญ่และกราฟิกเรียบง่ายอาจใช้ Mesh ที่ไม่สูงมาก ขณะที่ลายละเอียดหรือ Halftone ต้องพิจารณา Mesh ที่ละเอียดขึ้น

🖌️ 4. ความหนาของหมึก

หากต้องการหมึกหนา ควรเลือก Mesh ที่เหมาะกับการปล่อยหมึกในปริมาณที่ต้องการ ส่วนงานละเอียดอาจต้องใช้ Mesh ที่ช่วยควบคุมปริมาณหมึก

🏭 5. จำนวนชิ้นงาน

หากผลิตจำนวนมาก ควรให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของกรอบและความคงที่ของบล็อก เพื่อให้สามารถทำงานซ้ำได้อย่างสม่ำเสมอ


🛠️ ขั้นตอนการทำบล็อกสกรีน

การทำบล็อกสกรีนโดยทั่วไปเริ่มจากการเตรียมกรอบ ขึงผ้า เคลือบอิมัลชัน สร้างภาพด้วยแสง ล้างลาย และตรวจสอบความสมบูรณ์ก่อนนำไปใช้งาน

ขั้นตอนหลักมีดังนี้

  1. เตรียมกรอบและผ้าสกรีน
  2. ขึงผ้าให้มีความตึงเหมาะสม
  3. เคลือบอิมัลชันหรือน้ำยาไวแสง
  4. เตรียมฟิล์มต้นฉบับ
  5. นำบล็อกไปฉายแสง
  6. ล้างบริเวณที่ต้องการเปิดให้หมึกผ่าน
  7. ตรวจสอบรายละเอียดของลาย
  8. ปิดรูรั่วหรือแก้ไขจุดบกพร่อง
  9. นำบล็อกไปใช้กับงานสกรีน

ประสบการณ์จากงานทำบล็อกสกรีนจริงพบว่า การเตรียมต้นฉบับและเลือก Mesh ให้เหมาะกับงานตั้งแต่ต้น มีส่วนสำคัญต่อคุณภาพของบล็อกและช่วยลดปัญหาในขั้นตอนการสกรีน


⚠️ ปัญหาที่พบบ่อยในการทำบล็อกสกรีน

❌ ลายไม่คม

อาจเกิดจากต้นฉบับ ฟิล์ม การฉายแสง หรือ Mesh ไม่เหมาะกับรายละเอียดของลาย

💦 หมึกผ่านมากเกินไป

อาจเกิดจาก Mesh ที่หยาบเกินไป ชนิดหมึก หรือเทคนิคการปาดหมึกไม่เหมาะสม

🔍 หมึกผ่านน้อยเกินไป

อาจเกี่ยวข้องกับ Mesh ที่ละเอียดเกินไป หมึกมีความหนืดสูง หรือกระบวนการเตรียมบล็อกไม่เหมาะสม

🧱 บล็อกเสื่อมเร็ว

อาจเกิดจากการเลือกอิมัลชันไม่ตรงกับประเภทหมึก รวมถึงการล้างหรือใช้สารเคมีไม่เหมาะสม

การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดคือวิเคราะห์ทั้งระบบ ไม่ควรเปลี่ยน Mesh เพียงอย่างเดียวโดยไม่ตรวจสอบปัจจัยอื่น


❓ FAQ: คำถามที่พบบ่อย

บล็อกสกรีนคืออะไร?

บล็อกสกรีนคือแม่พิมพ์ที่ใช้ควบคุมตำแหน่งการถ่ายหมึกลงบนชิ้นงาน โดยมีกรอบและผ้าสกรีนเป็นส่วนประกอบหลัก

บล็อกไม้กับบล็อกอลูมิเนียมแบบไหนดีกว่า?

ไม่มีแบบใดดีกว่าทุกกรณี บล็อกไม้เหมาะกับงานทั่วไปและผู้เริ่มต้น ส่วนอลูมิเนียมเหมาะกับงานที่ต้องการความแข็งแรงและใช้งานต่อเนื่อง

Mesh สกรีนควรเลือกเบอร์อะไร?

ขึ้นอยู่กับประเภทหมึก วัสดุ และรายละเอียดของลาย งานทั่วไปอาจใช้ Mesh ระดับกลาง ขณะที่งานที่ต้องการรายละเอียดสูงควรพิจารณา Mesh ที่ละเอียดขึ้น

บล็อกสกรีนแบบน้ำใช้กับอะไร?

โดยทั่วไปใช้กับระบบหมึก Water-based และพบได้มากในงานสิ่งทอ เช่น เสื้อยืดและถุงผ้า

บล็อกสกรีนแบบน้ำมันใช้กับอะไร?

ใช้กับหมึกระบบตัวทำละลาย ซึ่งสามารถพบได้ในงานสกรีนบนวัสดุ เช่น พลาสติก โลหะ และวัสดุอื่น ๆ ที่เหมาะกับหมึกประเภทนั้น

บล็อกสกรีนใช้ซ้ำได้หรือไม่?

ได้ หากบล็อกยังอยู่ในสภาพดีและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับกรอบ ผ้า อิมัลชัน ประเภทหมึก และวิธีทำความสะอาด


✅ สรุป

บล็อกสกรีนเป็นส่วนสำคัญของระบบ Screen Printing และมีผลโดยตรงต่อความคมชัด ปริมาณหมึก และความสม่ำเสมอของงาน

การเลือกบล็อกที่เหมาะสมควรพิจารณา วัสดุกรอบ ขนาดบล็อก Mesh Count ประเภทหมึก วัสดุที่จะพิมพ์ และรายละเอียดของลาย

สำหรับงาน หมึกระบบน้ำ ควรเลือกอิมัลชันและวัสดุที่เหมาะกับ Water-based Ink ส่วนงาน หมึกระบบน้ำมันหรือตัวทำละลาย ต้องให้ความสำคัญกับความทนต่อหมึกและสารเคมีมากขึ้น

เมื่อเลือกองค์ประกอบต่าง ๆ ให้สัมพันธ์กันตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาลายไม่คม หมึกผ่านไม่สม่ำเสมอ และบล็อกเสื่อมก่อนเวลา ทำให้งานสกรีนสามารถผลิตซ้ำได้อย่างมีคุณภาพและสม่ำเสมอ